ข่าวสารพันธกิจของ YFC

เดือนมีนาคม

สารจากผู้อำนวยการ

               เมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาส “รวมญาติ” กับพี่ๆน้องๆ และญาติๆหลายคน เรามีโอกาสได้พูดคุยกันถึงเรื่อง ต่างๆในอดีตสมัยที่เป็นวัยเด็ก ที่มีทั้งความสนุกสนาน  ตื่นเต้น และโศกเศร้าปะปนกันไป หลายเรื่องเป็นเรื่องที่เพิ่งถูกเปิดเผยให้เห็นมุมมองของแต่ละคนต่อเหตุการณ์ต่างๆ เราพบว่าในเหตุการณ์เดียวกัน แต่ละคนอาจมีมุมมองและประสบการณ์แตกต่างกันไป

 

ในชีวิตประจำวัน เรามักพบว่าคนสองคนสามารถมอง “เรื่องเดียวกัน” แต่กลับตีความต่างกันอย่างสิ้นเชิง บางคนเห็นเป็นโอกาส ขณะที่อีกคนเห็นเป็นปัญหา บางคนเห็นความหวัง แต่อีกคนกลับเห็นความสิ้นหวัง ความแตกต่างนี้ไม่ได้เกิดจากความจริงที่เปลี่ยนไป แต่เกิดจาก “เลนส์” ที่แต่ละคนใช้มองโลก เลนส์ของประสบการณ์ ความรู้ ความเจ็บปวด และสิ่งที่เคยได้รับการสอนมา

 

เรื่องของพระเยซูก็เช่นเดียวกัน  บุคคลเดียวกัน เหตุการณ์เดียวกัน แต่การรับรู้กลับแตกต่างอย่างหลากหลาย

 

สำหรับผู้ไม่เชื่อ พระเยซูถูกเปรียบว่าเป็นศาสดา บางคนมองว่าเป็นเพียงบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ เป็นครูสอนศีลธรรม เป็นผู้ทำความดี หรือแม้กระทั่งเป็นเพียงเรื่องเล่าทางศาสนา มุมมองนี้มักถูกหล่อหลอมจากเหตุผล ประสบการณ์ในชีวิต ความรู้ความเข้าใจ หรือบางครั้งจากความผิดหวังที่เคยมีต่อศาสนา หรือตัวแทนของความเชื่อนั้น

 

แต่สำหรับผู้เชื่อ พระเยซูไม่ใช่แค่บุคคลในอดีต พระองค์คือพระผู้ช่วยให้รอด ผู้ทรงมีชีวิตอยู่ องค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้เป็นเจ้าชีวิตไปพร้อมๆกับเป็นสหายเลิศ และทรงเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเราในทุกวัน สิ่งที่ผู้เชื่อมองเห็น ไม่ได้เกิดจากข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากประสบการณ์ส่วนตัวกับพระองค์—การได้รับการอภัยโทษบาป การได้รับการเปลี่ยนแปลง และการสัมผัสความรักของพระองค์

 

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “พระเยซูคือใคร” 

แต่คือ “เราใช้เลนส์แบบไหนมองพระองค์”

 

พระเยซูได้เสด็จกับเหล่าสาวกออกไปยังหมู่บ้านแขวงซีซารียา ฟีลิปปี เมื่ออยู่ตามทางนั้นพระองค์ตรัสถามเหล่าสาวกว่า   “คนทั้งหลายพูดกันว่าเราเป็นผู้ใด”  เขาทูลตอบพระองค์ว่า “เขาว่าเป็นยอห์น ผู้ให้รับบัพติศมา แต่บางคนว่าเป็นเอลียาห์ และบางคนว่าเป็นคนหนึ่งในพวกผู้เผยพระวจนะ” พระองค์จึงตรัสถามเขาว่า “ฝ่ายพวกท่านเล่าว่าเราเป็นใคร” เปโตรทูลตอบว่า “พระองค์ทรงเป็นพระคริสต์”    มาระโก 8:27-29

 

ขอพระเจ้าช่วยเรา ให้เข้าใจและรู้จักพระองค์อย่างแท้จริง เพื่อจะมีชีวิตที่ติดสนิทกับพระองค์ในทุกๆวัน

 

                    วายเอฟซีกำลังมีค่าย นักประกาศตัวจ้อยที่จังหวัดเชียงใหม่และจะมีอีกครั้งหนึ่งที่กรุงเทพฯใน ปลายเดือนเมษายน ขอกรรมการค่ายและลูกค่าย ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกคนอยู่ในคำอธิษฐานของท่าน

                                                                                                                    ร่วมรับใช้พระคริสต์

                                                                                                                      พัฒน์วิทย์ องค์เจริญ
                                                                                                                         (ผู้อำนวยการ Thailand YFC)  

การประกาศพระกิตติคุณ เดือนกุมภาพันธ์

ประกาศพระกิตติคุณ
0
รับเชื่อพระเยซู
0

พันธกิจอื่นๆ

พันธกิจของเราดำเนินได้ด้วยการสนับสนุนจากพี่น้องคริสเตียนไทย